IELTS Writing Task 2 ถามอะไร และ ควรตอบอย่างไร

 

IELTS Writing Task 2  เน้นการเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ  อาทิ วัฒนธรรม การศึกษา เทคโนโลยี กีฬา การท่องเที่ยว ​ การเตรียมตัวสำหรับการทำข้อสอบส่วนนี้ต้องเตรียมตัวสอบ IELTS เป็นอย่างดี และเน้นว่าต้องตอบให้ทันเวลา ตอบให้ตรงคำถาม รวมทั้งต้องตอบโดยใช้ไวยากรณ์ที่ถูกต้อง

ดังนั้นการทำความเข้าใจกับแนวทางคำถามที่ถามให้ข้อสอบ IELTS Writing Task 2 จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้เตรียมตัวสอบต้องแสวงหาความรู้ ซึ่งโยทั่วไปแล้วมักถามในลักษณะของข้อความที่ให้แสดงความคิดเห็น ดังนี้

  1. Do you agree or disagree  หรือ To what extent do you agree or disagree หากพบคำถามแบบนี้ ต้องแสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจนว่า เราเห็นด้วยกับข้อความดังกล่าวหรือไม่ ห้ามตอบแบบครึ่งๆ กลางๆ และไม่ต้องกลัวว่าจะผิด เพราะไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด สิ่งสำคัญคือต้องสามารถแสดงเหตุผลและยกตัวอย่างประกอบให้เห็นว่าทำไมเราจึงคิดแบบนั้น และในกรณีที่ความคิดเห็นของคุณอาจจะต่างกับกลุ่มคนที่มีความคิดเห็นต่างออกไป คุณต้องอภิปรายด้วยว่า ความคิดเห็นนั้นสำหรับคุณมีจุดอ่อนอย่างไร
  2. Discuss the advantages and disadvantages  เจอแบบนี้ต้องแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นกลาง จะต้องอธิบายทั้งข้อดีและข้อเสียของกรณีบางอย่างโดยไม่มีความคิดเห็นส่วนตัวเข้าไปเจือปน
  3. Discuss both views and give your opinion คล้ายๆว่าต้องรวมการตอบในแบบที่ 1 และ 2 มาไว้ในการตอบ คือ ต้องอธิบายเรื่องราวทั้งแง่บวกแง่ลบแล้ว เราจะต้องระบุไปเลยว่าเราเห็นด้วยกับฝ่ายไหน
  4. Do the advantages out weight the disadvantages ซับซ้อนขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง คือ นอกจากการอธิบายข้อดีข้อเสีย ต้องแสดงความเห็นว่าเราเห็นด้วยหรือไม่ว่าข้อดีของเรื่องนี้มีมากกว่าข้อเสีย หรือไม่เห็นด้วย เพราะอะไร
  5. Is this a positive or negative development? สิ่งที่โจทย์ถามมานั้น คุณคิดว่ามันจะดีขึ้นหรือแย่ลง จำไว้ว่าคำถามแบบนี้ต้องฟันธงไปเลยว่าดีขึ้นหรือแย่ลง จากนั้นค่อยแสดงเหตุผลหรือตัวอย่างว่าทำไมเราถึงคิดแบบนี้ ไม่ว่าจะแง่บวกหรือลบก็ตาม
  6. What are the benefits and drawbacks?  เป็นการถามเพื่อให้แสดงความคิดเห็นส่วนตัวว่าเรื่องนี้ทำให้เกิดประโยชน์หรือเป็นโทษในแง่ไหน อย่าลืมที่จะใส่เหตุผลเข้าไปด้วย
  7. What are the causes and suggest some solutions to the problem? ความซับซ้อนมีมากขึ้นแล้วเพราะคุณต้องทำการ คิดวิเคราะห์โดยที่ต้องตอบว่าอะไรคือสาเหตุของปัญหาที่ถูกกล่าวถึง และปัญหานี้จะถูกแก้ได้อย่างไร ข้อสอบลักษณะนี้เน้นการคิดวิเคราะห์ไม่ต้องกลัวว่าสิ่งที่ตอบจะถูกหรือไม่ เพราะสิ่งที่กรรมการพิจารณาคือต้องการดูว่าเรามีวิธีการคิดอย่างไร เป็นเหตุเป็นผลแค่ไหน
  8. Why is this the case? Is it a positive or negative development?  เจอคำถามแบบนี้ต้องแบ่งคำตอบให้ชัดเจน ส่วนที่ 1 คือ  Introduction ส่วนที่ 2 ย่อหน้าหลักอันแรก ต้องพูดถึงที่มาของปัญหา ส่วนที่ 3 ย่อหน้าหลักอันที่สองแสดงความคิดเห็นว่าเรามองเรื่องนี้ว่าอย่างไร ส่วนที่ 4 Conclusion

ความสำคัญของเก้าอี้สำหรับเล่นคอมพิวเตอร์

เราใช้เวลาหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 4-7 ชั่วโมง  หรือบางคนใช้เวลาในการนั่งหน้าจอเกินวันละ 10 ชั่วโมง สิ่งที่จะทำให้คุณทำงานได้ดีขึ้นนอกจากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แล้วก็คือ เก้าอี้สำหรับเล่นคอมพิวเตอร์ ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งในการทำงานหรือเล่นเกมหากเลือกไม่ดี หรือ ใช้เก้าอี้ผิดประเภทก็อาจทำให้มี อาการปวดหลังปวดไหล่ เพราะเก้าอี้แต่ละแบบมันก็รองรับการใช้งานที่แตกต่างกัน

การเลือกเก้าอี้สำหรับเล่นคอมพิวเตอร์ควรมีพนักพิงมีส่วนเว้าโค้งเหมาะกับสรีระ ลักษณะของพนักพิงเป็นตาข่ายมีส่วนเว้าโค้งรองรับร่างกายโดยเฉพาะส่วนหลังให้แนบกับเก้าอี้ทำให้ผู้ใช้มีบุคลิกการนั่งที่ดีถูกต้องตามหลักสรีระ  ความสูงของตัวพนักพิงควรรองรับได้ถึงศีรษะ

ความสำคัญของเก้าอี้สำหรับเล่นคอมพิวเตอร์

สามารถเอนหลังเพื่อบิดขี้เกียจหรือจะเอนตัวเพื่อไปหยิบของจากด้านหลังได้  สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำของเก้าอี้ได้ มีที่พักแขนที่ออกแบบมาให้เหมาะสมในระดับมาตรฐานไม่เตี้ยหรือสูงเกินไปสามารถพักแขนได้สบายไม่เมื่อยล้า  ปรับให้มันหมุนไปทางซ้ายหรือขวาได้ ตอบสนองการใช้งานในทุกท่วงท่า เบาะนั่งก็เช่นกันสามารถปรับให้เลื่อนเข้าออกได้ตามสะดวกจึงทำให้เหมาะกับผู้ใช้งานที่ชอบเอน

ด้านล่างสุดของเก้าอี้จะเป็นล้อเลื่อนสามารถเคลื่อนที่ไปมาได้สะดวกนุ่มนวลพร้อมกับเบาะนั่งที่ทำจากวัสดุอย่างดีไม่ทำให้นั่งแล้วเกิดอาการร้อนที่แผ่นหลัง และไม่มีความแข็งแรง

เมื่อเอนกายไปแล้วจะพบกับความสบายไม่ปวดหลังเมื่อใช้งานเวลานาน ๆ ช่วยให้บริเวณเอวของผู้ใช้แนบชิดกับตัวเก้าอี้ส่งเสริมบุคลิกการนั่งที่ดีหรือระบบระบายความร้อน ทำให้นั่งแล้วไม่รู้สึกอึดอัดหรืออับชื้น

โดยเฉพาะเกมเมอร์นักเล่นเกมที่ต้องอยู่หน้าจอเป็นเวลานาน ควรซื้อเก้าอี้เฉพาะสำหรับการนั่งเล่นเกม เบาะโอบอุ้มตั้งแต่กระดูกเชิงกรานไปจนถึงต้นคอ สามารถปรับระดับได้ทั้งความสูงของเก้าอี้ , ความสูงของที่พักแขน , ปรับความเอนของพนักพิงหลังอีกทั้งแกนด้านล่างทำจากอลูมิเนียมฐานรอง 5 แฉกโดยแต่ละแฉกจะมีที่พักเท้าให้ในเวลาที่เมื่อยล้าพร้อมกับล้อเลื่อนที่ให้ความเงียบไม่เกิดเสียงรบกวนเวลาเคลื่อนย้าย

ราคาเก้าอี้สำหรับเล่นคอมพิวเตอร์ มีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ควรพิจารณาที่ประโยชน์ใช้งานและความสามารถในการจ่าย  อย่างไรก็ตามเก้าอี้สำหรับเล่นคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งจำเป็นที่ควรจ่ายเงินซื้อเพราะการนั่งที่ผิดลักษณะที่ดีมีผลต่อสุขภาพในระยะยาว นอกจากทำให้เมื่อยล้ายังมีผลให้เกิดอาการออฟฟิตซินโดรม ได้อีกด้วย บางคนนั้นเกิดอาการกระดูกผิดรูปจากการนั่งที่ไม่ถูกลักษณะ และแน่นอนว่าเก้าอี้ดีๆจะช่วยให้การทำงานของคุณมีประสิทธิภาพและสนุกขึ้นอย่างแน่นอน

ช่องทางการทำการตลาดออนไลน์ที่ควรรู้

การตลาดออนไลน์สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบตั้งแต่เครื่องมือพื้นฐาน  เช่น Facebook , Line ,IG ไปถึงเครื่องมือที่ต้องศึกษาและใช้ความชำนาญ  หากคุณคือคนที่ต้องการทำธุรกิจในโลกยุคดิจิทัลต้องศึกษาไว้ให้มาก เรามาทำความรู้จักแต่ละช่องทางการทำการตลาดออนไลน์ที่ควรรู้ กันเถอะ

ช่องทางการทำการตลาดออนไลน์ที่ควรรู้

  1.             Facebook  ทำได้มากกว่าที่คุณรู้  เช่น ฟังก์ชั่น  Facebook’s Power Editor เครื่องมือสำหรับการทำโฆษณาบน Facebook โดยจะช่วยให้คุณสร้างโฆษณาที่คล้าย ๆ กัน ออกมาในเวลาอันรวดเร็วเพียงไม่กี่นาที   เพื่อทดลองทำการสื่อสารออกไปยังกลุ่มลูกค้า ซึ่งจากเดิมที่คุณอาจใช้เวลาในการสร้าง 1 ชั่วโมง
  2. MailChimp เครื่องมือการจัดการที่มีประสิทธิภาพสำหรับการทำ Email Marketing เพื่อเก็บข้อมูลอีเมล์ของผู้ชมและกลุ่มลูกค้า ระดับหลักหมื่น หลักแสน MailChimp จะช่วยให้คุณสามารถเก็บอีเมล์ได้ดีขึ้นแล้ว มันยังช่วยในการจัดการปัญหาจุกจิกที่เกิดขึ้นจากการส่ง Email
  3. Canva ช่วยในการออกแบบ เป็นเครื่องมือในการจัดการรูปภาพกราฟฟิคขนาดที่เหมาะสมกับแพลตฟอร์มที่คุณจะนำไปใช้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นขนาดของรูปบน Facebook, Instagram, Youtube หรือจะออกแบบขนาดของนามบัตร โปสเตอร์ ก็ทำได้ง่ายๆ
  4. Google Analytics เป็นเครื่องมือการเก็บสถิติ มีใช้กันแบบฟรี ๆ ไม่มีเงื่อนไขแฝง จะทำให้คุณทราบว่า Content ใดบนเว็บไซต์ของคุณที่ได้รับการตอบรับที่ดีสุด ผู้เข้าชมมาจากเว็บไซต์หรือสื่อโซเชียลใดเยอะเป็นอันดับต้น ๆ  รวมไปถึงสามารถเก็บข้อมูล ลูกค้าเข้ามายังหน้าซื้อสินค้าแล้วไปไหนต่อ ออกจากหน้าเว็บไซต์หรือคลิกไปยังตะกร้าสินค้า
  5. Sumo ตัวช่วยที่จะทำให้ มีจำนวนคนเข้าเว็บไซต์มากขึ้น ทำให้มีโอกาสในการนำเสนอสินค้าหรือบริการได้มากขึ้น โดยมี เครื่องมือสร้าง Landing Page พร้อมเก็บ Email ในหน้า Home Page ของเว็บไซต์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเก็บ Email จากผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์สำหรับนำไปทำ Email Marketing ต่อไป      และมี เครื่องมือวิเคราะห์หน้าเว็บเพจ อาทิ Heat Map และ Content Analytics เพื่อวิเคราะห์ว่าคนเข้าเว็บไซต์ หรือ Sales Page แล้วมีการกด Click บริเวณไหนมากน้อยแค่ไหน เป็นต้น
  6. Google Drive สามารถเก็บข้อมูลเป็นฮาร์ดดิสก์ออนไลน์ให้คุณใช้ฟรีได้ถึง 15 GB ให้ใช้กันแบบฟรี ๆ ไม่ต้องจ่ายค่า License คุณสามารถใช้ Google Docs  ใช้สำหรับการพิมพ์และแก้ไขเอกสารต่าง ๆ Google Sheets  ใช้สำหรับสร้างและแก้ไขสเปรดชีต   Google Slides  ใช้สร้างและแก้ไขงานนำเสนอ Google Forms  ใช้สร้างแบบฟอร์มที่สวยงามเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ลงทะเบียน
  7. Google Alerts ใช้เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวในแวดวงอุตสาหกรรมของคุณ  ใครทำอะไร ที่ไหน และเมื่อไหร่ ใครบนโลกออนไลน์กล่าวถึงเราบ้าง โดยตั้งค่าด้วย Keyword หรือคำที่เราสนใจจะติดตาม ในทุก ๆ ครั้งที่ Google มีการอัพเดทข้อมูลใหม่ ๆ ก็จะแจ้งเตือนเราผ่าน Email ทันที
  8. WordPress เป็นช่องทางนำเสนอ Content Marketing บนเว็บไซต์ทำให้การจัดการ Content ของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นอย่างมาก ถูกออกแบบมาให้ใช้งานเผยแพร่ Content ได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึงมีส่วนเสริม (Plugin) ที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของดูดีทำให้มีคนสนใจเข้ามาเยี่ยมเว็ปไซต์ของคุณมากขึ้น